ความคิดเห็นแฝงของผม

posted on 25 Aug 2008 08:11 by wellberocku  in mpv

เมื่อวานได้อ่าน เรื่อง สุข ในเวปบล็อคของ คุณนิ้วกลม ประเด็นในเรื่องที่พี่เอ๋สื่อ ก็น่าจะเป็นเรื่องของการแสดงความคิดเห็นของคนในสังคม ที่มักจะเห็นต่าง (ซึ่งเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว คนเราไม่มีใครเห็นพ้องต้องกันไปหมดหรอก ) แต่ไม่ค่อยที่จะเคารพในความเห็นที่แตกต่างนั้นๆ ของกันและกันเท่าไร ไม่เคารพไม่พอ ยังถึงขั้นประหัตประหารฝั่งตรงข้ามให้ตายกันไปข้างหนึ่งอีกต่างหาก

เท่าที่สังเกต และอ่านเวปบล็อคในที่นี่ อาจเป็นเพราะเป็นสังคมแบบพี่-น้อง หรืออะไรไม่ทราบได้ ทำให้การแสดงความคิดเห็นของที่นี่ มีลักษณะของการประณีประนอม กล่าวคือ อาจจะไม่เห็นด้วย แต่ก็ไม่แสดงความคิดเห็น ของคนอื่นผมไม่ทราบนะครับ ถ้าเป็นผม เอาใจจริงนะครับ ผมไม่ชอบคำอวยเท่าไร ผมชอบรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างที่มีเหตุมีผลมากกว่า

และเท่าที่สังเกต งานเขียนที่จะได้รับความนิยม ในเกณท์ที่วัดจากการที่มีการแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขว้าง ก็คือ การหยิบเรื่องอะไรบางอย่างในที่กำลังเป็นประเด็นร้อนมาเขียนถึง ไม่ว่าจะเป็นเขียนถึงธรรมดาๆ ,เขียนกึ่งแนววิเคราะห์, เขียนแนววิเคราะห์เลยก็มี ซึ่งส่วนมากพอเขียนออกมา ก็มีคนที่เห็นด้วยมากมายไปหมด ความเห็นต่างมักจะมีน้อยมาก

ผมขอเรียก ความเห็นต่าง แต่ไม่ได้แสดงความคิดเห็นในเราเห็นนี้ว่า "ความคิดเห็นแฝง" ไอความคิดเห็นแฝงนี่แหล่ะครับที่ผมว่าสำคัญ ไม่รู้สิครับ มนุษย์เราไม่ได้สมบูรณ์แบบ ทำอะไร ,แสดงความคิดเห็นอะไรแล้วไม่ผิดพลาด เวลาผมดูรายการอะไรที่เอาคนๆ หนึ่งมาพูดอวยซะ แบบคือ จะเอาแต่ผลของความสำเร็จนั้นๆ มานำเสนอ แต่เพียงอย่างเดียว พูดอวยกันแบบ โอ้ว Perfect สุดๆ อะไรแบบนั้น ผมมักจะทนไม่ได้ แล้วเปลี่ยนช่องหนีเสมอๆ

หากจะให้ยกตัวอย่างในเวปบล็อค ที่น่าจะเห็นชัดที่สุด ก็น่าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง "เพศ" ในที่นี้ ก็มักจะกล่าวตำหนิเกี่ยวกับลักษณะการแต่งกาย หรือการแสดงกิริยาของผู้หญิง ที่ไม่เหมาะสม เช่น เอารูปภาพส่วนตัวในลักษณะที่ล่อแหลมออกมาโพลสใน hi5 , การแต่งกายรัดติ้วของนักศึกษา , การใส่เสื้อสายเดี่ยวเกาะอก อะไรทำนองนี้เป็นต้น

แล้วการแสดงความคิดเห็นต่อมา  ก็จะเป็น

แบบแรก- เห็นด้วยค่ะ , เห็นด้วยครับ และยกเห็นผลร้อยแปดมาสนับสนุนความคิดเห็นของคนเขียน
แบบที่สอง - ผมก็ชอบมองนะ แต่งมาผมก็มอง แต่จริงๆ แล้วผมไม่ได้บ้ากามน่ะ ผมก็ไม่เห็นด้วยเหมือนกันกับการทำพฤติกรรมอย่างนั้น
แบบที่สาม - แสดงความไม่เห็นด้วย (ซึ่งมีน้อย) กับงานเขียน ในลักษณะที่เป็นเหตุ-ผล

ผมไม่ได้จะบอกว่า แบบไหนมันดี และแบบไหนมันถูก แบบไหนมันเหมาะสม
ผมแค่พยายามจะบอกว่า การเห็นต่างนั้นมันมีอยู่แน่ๆ แต่การแสดงความเห็นต่างนั้นๆ มีลักษณะบางประการที่แสดงออกมาไม่ได้ หรือ หากแสดงออกมาได้ก็มักจะมีการโต้แย้งกันต่อมา อย่างที่พี่เอ๋ เขียนถึงจริงๆ

สังคมประชาธิปไตยที่ขาดขันติธรรม มักเป็นเช่นนี้
เห็นต่างได้ แต่เพื่อความปลอดภัย - เราต้องเงียบ ผมว่า แบบนี้น่ะ อันตรายกว่า พวกที่เห็นต่างแล้วออกมารบกันเสียอีก

เพราะผมเห็นว่า ลักษณะแบบนี้แหล่ะ ที่โคตรๆ จะไม่เป็นประชาธิปไตย

....

ส่วนเรื่องความคิดเห็นของผมเกี่ยวกับประเด็นทางเพศนั้น ผมว่า ในเรื่องประเด็นดังกล่าว เราเอาแต่ตามอง เอาคุณค่า เอาค่านิยมมาเป็นเกณท์ในการประเมินอย่างเดียวเห็นที่จะไม่เหมาะ ถึงเหมาะมันก็ไม่ได้แสดงถึงอะไรที่มันมากกว่า การเอาเรื่องที่เราเห็นขัดตา ขัดใจ มาว่ากล่าวเพียงเท่านั้น

ประเด็นทางเพศ มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอะไรที่มันมากกว่านั้น การเอาเรื่องเกณท์อะไรบางอย่างมาวัด แล้ววิเคราะห์ออกมา เรื่องมันก็ต้องเป็นไปตามนั้นอยู่แล้ว ไม่ว่าจะทำยังไง ก็ไม่มีทางหนีไปจากนั้นได้หรอก

เอาเรื่องการแต่งกายรัดติ้วของนักศึกษาหญิงมาพูดว่าไม่เหมาะสมอย่างนั้น แล้วเอาเรื่องค่านิยม, เรื่องจิตสำนึกของสถาบัน, ความไม่เหมาะสม มาเป็นตัววัด ไม่ต้องอ่านลงไปต่อก็รู้ว่าเป็นจะเป็นยังไงต่อ

แต่คนมักจะไม่ตั้งคำถามว่า ทำไมคนเราถึงได้เอาเกณท์นั้น เกณท์นี้ มาวัดเรื่องนั้น เรื่องนี้กันล่ะ แล้ว เกณท์ในการวัดเรื่องนั้นๆ น่ะ ควรแล้วเหรอที่จะมีเพียงเกณท์เดียว, จะมีหลายๆ เกณท์ที่แตกต่างกันไม่ได้เหรอ ? , แล้วทำไมคนในสังคมถึงได้ยอมรับ และรับเอาเกณท์นั้นๆ ไปวัดแล้วตัดสินเรื่องนั้นๆ กันโดยไม่สงสัยอะไรเลยล่ะ

ผมว่า ประเด็นนี้มันน่าจะ น่าสนใจกว่าเยอะ- ว่าป่ะ